การเรียนโปรไลเซนส์ของโค้ชไทย ทำไมถึงสำคัญ

การเรียนโปรไลเซนส์ของโค้ชไทย ทำไมถึงสำคัญ

ในอดีตหากสโมสรไทยลีกจะแต่งตั้งใครมาทำหน้าที่โค้ชก็สามารถเลือกเอาได้ตามใจชอบแต่ในช่วงหลังหากเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮดโค้ชขึ้นเรามักได้ว่าโค้ชคนนั้นคนนี้ไม่สามารถใส่ชื่อได้เพราะไม่มีไลเซนส์ซึ่งการมีไลน์เซนส์นั้นสำคัญอย่างไรและทำไมถึงสำคัญวันนี้เราจะมาคลายความสงสัยนี้กัน

การเรียนโปรไลเซนส์ของโค้ชไทย ทำไมถึงสำคัญ

การอบรมไลเซนส์ นั้นเปรียบเสมือนกับการเรียนหนังสือเพื่อรับใบปริญญาแล้วเอาไปยื่นสมัครงานว่าผ่านคุณสมบัติ ซึ่งไลนเซนส์จะมีการไล่ระดับจาก C-B-A  และโปรไลนเซนส์โดยเนื้อหาในทุกหลักสูตรจะเน้นเนื้อหาที่สำคัญสำหรับวิชาชีพโค้ชทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเช่นรูปแบบการฝึกซ้อมการจัดตัวผู้เล่นการแก้เกมในสถานการณ์เฉพาะรวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ

การเรียนโปรไลเซนส์ของโค้ชไทย ทำไมถึงสำคัญ

ทีนี้ถ้าไปดูการสร้างบุคลากรทางฟุตบอของฝั่งของ ยูฟ่า หรือ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป พวกเขามีการจัดอบรมโค้ชมาอย่างยาวนาน จนจะเห็นได้ว่าบุคลากรทางด้านฟุตบอลทุกลีกจะมีไลเซนส์เกือบทุกคน ซึ่งจะมีผลให้การทำงานในด้านต่างๆสามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยความเข้าใจที่ตรงกัน แต่ถ้าหันมาดูในฝั่งสมาชิกของ AFC จะพบว่ามีการเปิดอบรมน้อยมาก อีกทั้งการอบรมจะกระจุกตัวในประเทศที่พัฒนาแล้ว ฉะนั้นในอดีตหากโค้ชไทยต้องการอบรมโปรไลน์เซนส์ จะต้องบินไปเรียนที่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น หรือประเทศที่เปิดสอน เนื่องจากประเทศไทยไม่มีเปิดอบรมหลักสูตรนี้

กระทั่งในช่วงหลัง AFC ได้ออกกฎบังคับให้สโมสรฟุตบอลต้องผ่านคลับไลเซนส์ซิ่ง ทำให้ส่วนประกอบสำคัญอย่างเฮดโค้ชและทีมงาน ถูกบังคับให้อบรมโค้ชและต้องผ่านไลเซนส์ โดยไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22 ต้องผ่านเอไลเซนส์ ส่วนฤดูกาล 2022/23 จะต้องผ่านโปรไลเซนส์โดยถ้าโค้ชคนใดไม่มีไลเซนส์ที่กำหนดนี้ก็จะไม่สามารถทำหน้าที่ข้างสนามได้

ซึ่งด้วยกฎที่ AFC ประกาศบังคับใช้ออกนี้ จึงทำให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเปิดหลักสูตรอบรมโค้ชโปรไลเซนส์ทุกปี ซึ่งในปี 2021 คือ รุ่นที่ 2 โดยประโยชน์ที่ได้จาการอบรมนั้นจะทำให้เฮดโค้ชของไทยรู้กลยุทธ์และวิธีการทำงานของโค้ชระดับโลก จากนั้นองค์ความรู้เหล่านี้ก็จะถูกถ่ายทอดลงไปยังระบบการเล่นของทีมต่างๆในลีกไทย ซึ่งสุดท้ายผู้ที่จะได้ประโยชน์ตามมา คือ นักเตะและทีมชาติไทย ที่จะถูกพัฒนาอย่างถูกวิธีในพื้นฐานความรู้ชุดเดียวกัน ส่วนแนวทางในอดีตที่อาศัยครูพักลักจำและประสบการณ์อย่างเดียว อาจไม่เพียงพอต่อการพัฒนานักเตะและวงการฟุตบอล เพราะแนวทางบางประการอาจไม่ถูกต้องตามวิชาการของโลกฟุตบอล 

 

เจ้ามุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา กับค่าเหนื่อยที่คาดว่าจะได้รับ จาก บีจี ปทุมฯ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *